top of page

🐱🍽️ แมวไม่กินอาหารกี่วันถึงอันตราย? สาเหตุและสัญญาณที่เจ้าของแมวไม่ควรรอ

สพ.ญ. ศุภลักษณ์ อินทรพจน์
11 นาทีที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที
แมวส้มนอนหมอบไม่ยอมกินอาหารในชาม สัญญาณแมวไม่กินอาหารที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม

🐱🍽️ น้องแมวไม่กินข้าว...รอก่อนได้ไหม เดี๋ยวหิวก็คงกินเอง?

จริง ๆ แล้ว "แมวไม่กินอาหาร" เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามนะคะ

เพราะสำหรับแมวโต หากไม่กินอาหารต่อเนื่องประมาณ 24 - 48 ชั่วโมง ก็สามารถส่งผลต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะน้องแมวที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ยิ่งต้องระวัง ภาวะตับวายจากไขมันพอก (Hepatic Lipidosis) ⚠️

บทความนี้ทีมสัตวแพทย์ PETMED+ จะพาไปดูว่าแมวไม่กินอาหารนานแค่ไหนถึงอันตราย มีสาเหตุจากอะไรได้บ้าง ควรดูแลเบื้องต้นอย่างไร และอาการแบบไหนที่ไม่ควรรอค่ะ


สรุปย่อ

แมวไม่กินอาหารไม่ใช่เรื่องที่ควรรอให้ "หิวแล้วกินเอง" แมวโตที่ไม่กินอาหารต่อเนื่องประมาณ 24 - 48 ชั่วโมงก็ส่งผลต่อสุขภาพได้ ลูกแมวอายุต่ำกว่า 6 สัปดาห์เพียง 12 ชั่วโมงก็อาจเป็นอันตราย และแมวอ้วนหรือน้ำหนักเกินต้องระวังภาวะตับวายจากไขมันพอก (Hepatic Lipidosis)

สาเหตุมีได้ตั้งแต่ปัญหาช่องปากและฟัน ระบบทางเดินอาหาร โรคไต ตับ หรือตับอ่อน การติดเชื้อหรือมีไข้ ความเครียด ไปจนถึงการเปลี่ยนอาหารกะทันหัน หากน้องซึม อาเจียน ท้องเสีย ไม่ดื่มน้ำ หายใจผิดปกติ น้ำหนักลด หรือตัวและตาเริ่มเหลือง ไม่ต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง ควรพาไปพบสัตวแพทย์ค่ะ


สารบัญ


แมวไม่กินอาหารกี่วันถึงอันตราย?

แมวไม่กินอาหารกี่วันถึงอันตราย อย่าคิดว่าน้องเดี๋ยวหิวก็กินเอง เพราะแค่ 24 ชั่วโมงก็เริ่มส่งผลต่อสุขภาพได้
อย่าคิดว่าน้อง “เดี๋ยวหิวก็กินเอง” เพราะแค่ 24 ชั่วโมงก็เริ่มส่งผลต่อสุขภาพน้องได้

หลายคนอาจคิดว่าน้องแมวไม่กินข้าวเดี๋ยวหิวก็คงกินเอง แต่ความจริงแล้วระยะเวลาที่น้องไม่กินอาหารมีผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คิดค่ะ

⚠️ แมวโต — ไม่กินอาหารต่อเนื่องประมาณ 24 - 48 ชั่วโมง ก็สามารถส่งผลต่อสุขภาพได้ หากไม่กินต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ควรปรึกษาสัตวแพทย์

⚠️ ลูกแมวอายุต่ำกว่า 6 สัปดาห์ — เพียง 12 ชั่วโมง ก็อาจเป็นอันตราย

⚠️ แมวอ้วนหรือน้ำหนักเกิน — ยิ่งต้องระวัง ภาวะตับวายจากไขมันพอก (Hepatic Lipidosis)


7 สาเหตุที่แมวไม่ยอมกินอาหาร

7 สาเหตุที่แมวไม่ยอมกินอาหาร ปัญหาช่องปากและฟัน ระบบทางเดินอาหาร โรคไต โรคตับ ตับอ่อน การติดเชื้อ ความเครียด และการเปลี่ยนอาหารกะทันหัน
แมวโต ลูกแมว และแมวอ้วนมีความเสี่ยงต่างกัน พร้อม 7 สาเหตุที่ทำให้แมวไม่ยอมกินอาหาร

สาเหตุที่น้องไม่ยอมกินอาจมีได้หลายอย่าง ตั้งแต่

🦷 ปัญหาช่องปากและฟัน — เจ็บฟันหรือมีปัญหาในช่องปาก

🤢 ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ

🩺 โรคตับ หรือตับอ่อน

🌡️ การติดเชื้อหรือมีไข้ — ไม่สบาย มีไข้ หรือติดเชื้อ

🙀 ความเครียด — ความเครียดและสิ่งแวดล้อมเปลี่ยน

🥣 การเปลี่ยนอาหารกะทันหัน


ดูแลเบื้องต้นเมื่อน้องแมวไม่กินอาหาร

วิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อแมวไม่กินอาหาร เช็กอาหารและชามให้สะอาด ลองอาหารเดิมที่คุ้นเคย อุ่นอาหารเปียกเพื่อเพิ่มกลิ่น ไม่ฝืนป้อนและไม่ให้ยาเอง
น้องกินน้อยลงหรือไม่กินอาหาร อย่าปล่อยไว้นาน ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

ระหว่างสังเกตอาการ เจ้าของสามารถดูแลน้องเบื้องต้นได้ดังนี้ค่ะ

✔️ เช็กอาหารและชามให้สะอาด สดใหม่

✔️ ลองอาหารเดิมที่คุ้นเคย ในพื้นที่เงียบ

✔️ อุ่นอาหารเปียกเล็กน้อย เพื่อเพิ่มกลิ่น

❌ ไม่ฝืนป้อน และไม่ให้ยาเอง

หากน้องกินน้อยลงหรือไม่กินอาหาร อย่าปล่อยไว้นาน ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุค่ะ

เมื่อไรที่ควรพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์

อาการแมวไม่กินอาหารที่ต้องรีบพาไปหาสัตวแพทย์ ซึมมาก อาเจียน ท้องเสีย ไม่ดื่มน้ำ หายใจผิดปกติ น้ำหนักลด ตัวหรือตาเหลือง
อย่ารอให้ครบ 24 ชั่วโมง ถ้าน้องเริ่มมีอาการเหล่านี้

อย่ารอให้ครบ 24 ชั่วโมง ถ้าน้องเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุค่ะ

  • ⚠️ ซึมมาก

  • ⚠️ อาเจียน / ท้องเสียรุนแรง

  • ⚠️ ไม่ดื่มน้ำ

  • ⚠️ หายใจผิดปกติ

  • ⚠️ เจ็บปวด

  • ⚠️ น้ำลายไหลมากกว่าปกติ

  • ⚠️ น้ำหนักลด

  • ⚠️ ตัวหรือตาเหลือง

  • ⚠️ กินสิ่งแปลกปลอม / โดนสารพิษ

💙 เพราะบางครั้ง "ไม่กินข้าว" อาจเป็นสัญญาณเล็ก ๆ ที่กำลังบอกว่าน้องไม่สบาย


📞 ปรึกษาสัตวแพทย์ PETMED+ ฟรี

หากน้องแมวไม่กินอาหาร กินน้อยลง หรือเริ่มมีอาการซึม อาเจียน ท้องเสีย ไม่ดื่มน้ำ ร่วมด้วย

ทีมสัตวแพทย์ของ PETMED+ พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลน้องแมวที่ไม่ยอมกินอาหาร และการเลือกยาหรืออาหารที่เหมาะสมกับน้อง

💙 เพราะสาเหตุที่แมวไม่กินอาหารมีได้หลายอย่าง การดูแลที่ถูกต้องจึงควรเริ่มจากการหาสาเหตุให้ตรงกับน้องแต่ละตัว

ติดตาม PET MED+ ไว้เลย เราจะคอยแชร์เรื่องสุขภาพ การดูแล และความรู้ดี ๆ ที่ทาสหมาทาสแมวควรรู้ 🐶🐱

LINE: @PETMED


ผู้เขียน

บทความนี้เรียบเรียงโดย ทีมสัตวแพทย์ PETMED+

PETMED+ คือร้านยาสัตว์เลี้ยงที่มุ่งเน้นการให้ข้อมูลด้านยา โภชนาการ และการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถตัดสินใจดูแลน้อง ๆ ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำเฉพาะรายจากสัตวแพทย์ผู้ดูแลเคสได้

ความคิดเห็น


bottom of page