แปรงฟันสัตว์เลี้ยง สำคัญแค่ไหน? ทำไมหมอถึงอยากให้แปรงฟันน้องทุกวัน
- สพ.ญ. ศุภลักษณ์ อินทรพจน์
- 23 พ.ย. 2568
- ยาว 1 นาที

เมื่อเราพูดถึงการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยง หลายคนอาจจะนึกถึงเรื่องการให้วัคซีน ป้องกันเห็บหมัด อาบน้ำตัดขน และดูแลอาหารการกิน โดยอาจจะลืมไปว่าสุขภาพช่องปากและฟันของน้อง ๆ นั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ซึ่งถ้าหากเจ้าของละเลย หรือไม่ได้ดูแลสม่ำเสมอ ก็อาจจะนำมาซึ่งโรคที่รุนแรงมากมาย เช่น โรคเหงือกอักเสบ หินปูน และโรคอื่น ๆ ในช่องปากได้เช่นเดียวกันกับคน ดังนั้นสัตว์เลี้ยงก็ควรแปรงฟันให้เป็นประจำอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้งเป็นอย่างต่ำ หรือถ้าแปรงทุกวันได้ยิ่งได้ประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ
สารบัญ: วิธีดูแลสุขภาพช่องปากสัตว์เลี้ยง ฉบับสัตวแพทย์แนะนำ
ทำไมสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยงถึงสำคัญ
หลายคนอาจมองว่า “กลิ่นปากน้องหมาน้องแมวเป็นเรื่องปกติ” แต่จริง ๆ แล้วนั่นอาจเป็น สัญญาณเตือนของโรคในช่องปาก ที่กำลังเริ่มขึ้นโดยที่เจ้าของอย่างเราไม่รู้ตัว
สุขภาพช่องปากมีความสำคัญเทียบเท่ากับการฉีดวัคซีนหรืออาบน้ำตัดขน เพราะช่องปากเป็น “ประตูแรก” ของระบบย่อยอาหาร หากไม่หมั่นดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ช่องปากอาจสกปรก มีกลิ่นปาก มีคราบหินปูน เหงือกอักเสบรุนแรงจนถึงขั้นเกิดการติดเชื้อที่ลุกลามไปถึงหัวใจ ตับ และไตได้ในระยะยาว
โดยสัตวแพทย์ทั่วโลกพบว่า สุนัขและแมวอายุมากกว่า 3 ปี มีปัญหาโรคในช่องปาก จากการไม่ได้แปรงฟันและดูแลช่องปากเป็นประจำมากกว่า 80% เลยค่ะ
ถ้าไม่แปรงฟันให้น้อง จะเกิดอะไรขึ้น
การไม่แปรงฟันให้น้องอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “คราบพลัค (Plaque)” ซึ่งเป็นฟิล์มบาง ๆ ของเศษอาหารและเชื้อแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนผิวฟัน เมื่อเวลาผ่านไป คราบพลัคจะกลายเป็น หินปูน (Tartar) ที่เกาะแน่นและแข็งตัว จนทำให้เหงือกอักเสบและมีกลิ่นปากรุนแรง
ผลเสียจากการละเลยการแปรงฟัน
เหงือกอักเสบ (Gingivitis)
มีหินปูนและกลิ่นปากแรง
เหงือกร่น ฟันโยก และฟันหลุดง่าย
อาจลุกลามเป็น โรคปริทันต์ (Periodontal Disease)
เชื้อแบคทีเรียในช่องปากเข้าสู่กระแสเลือด → ส่งผลต่อหัวใจ ตับ และไต
4 เช็กลิสต์โรคช่องปากที่มักพบในสุนัขและแมว
โรค | ลักษณะอาการ | ผลกระทบ |
โรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis) | เหงือกบวม แดง มีกลิ่นปาก | หากไม่รักษาการอักเสบ ติดเชื้อ อาจลุกลามถึงรากฟัน |
โรคปริทันต์ (Periodontal Disease) | เหงือกร่น ฟันโยก มีเลือดออก | ช่องปากอ่อนแอลง ทำให้ฟันหลุดและติดเชื้อในช่องปากได้ง่าย |
หินปูนเกาะฟัน (Tartar) | ฟันเหลือง หินปูนหนาแข็ง น้ำลายมาก มีกลิ่นปาก | เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย ก่อให้เกิดการติดเชื้อในช่องปาก |
รากฟันอักเสบ (Root Abscess) | แก้มบวม อาจพบฝีในโพรงจมูก ฝีใต้ตา และน้ำมูกปนเลือดได้ | ส่งผลให้ติดเชื้อรากฟัน โพรงจมูกหรือบริเวณที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องถอนฟันเพื่อระงับการติดเชื้อ |
แปรงฟันบ่อยแค่ไหนถึงจะพอดี
สัตวแพทย์แนะนำว่า ควรแปรงฟันให้น้องอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และถ้าเป็นไปได้ ให้แปรงทุกวันจะดีที่สุดการแปรงฟันเป็นประจำช่วยขจัดคราบพลัคก่อนที่จะแข็งตัวเป็นหินปูนยิ่งเริ่มฝึกตั้งแต่น้องยังเด็ก ก็จะง่ายต่อการดูแลในระยะยาว หรือถ้าหากเจ้าของไม่มีเวลาเลยจริงๆและในน้องบางตัวยากที่จะให้ความร่วมมือในการแปรงฟัน หมอแนะนำเสริมด้วยสเปรย์ช่องปาก หรือน้ำยาบ้วนปากสูตรสำหรับดูแลช่องปากโดยตรงที่สัตวแพทย์แนะนำค่ะ
วิธีแปรงฟันสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง
🪥 เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม:
แปรงสีฟันสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือผ้าพันนิ้วแปรงฟัน
ยาสีฟันสำหรับสัตว์ (ห้ามใช้ของคน เพราะมีฟลูออไรด์และไซลิทอล ซึ่งเป็นพิษต่อน้องหมาน้องแมว)
ขั้นตอนการแปรงฟัน
-เริ่มจากให้ดมน้ำยาหรือยาสีฟัน เพื่อให้คุ้นกลิ่น
-ใช้นิ้วลูบริมฝีปากและฟันเพื่อให้น้องคุ้นเคยก่อนที่จะแปรงฟัน
-แปรงเบา ๆ บริเวณฟันกรามและเขี้ยว (จุดที่มีคราบอาหารมากที่สุด)
-ชมและให้รางวัลทุกครั้งหลังแปรงเสร็จ เพื่อให้น้องรู้สึกดี
💡 ใช้เวลาครั้งละไม่เกิน 2–3 นาที ก็เพียงพอสำหรับการดูแลฟันประจำวันค่ะ
เคล็ดลับช่วยให้น้องยอมให้แปรงฟันง่ายขึ้น
เริ่มฝึกตั้งแต่น้องยังเล็ก (อายุ 2–3 เดือนขึ้นไป)
เลือกแปรงและยาสีฟันรสที่น้องชอบ เช่น รสไก่ หรือรสปลา
ทำให้เป็นกิจวัตรตอนเย็นหรือก่อนนอน
ไม่ฝืนแปรงถ้าน้องตกใจ ค่อย ๆ เพิ่มเวลาทีละน้อย
ใช้ “คำชม” หรือ“ขนมรางวัล” หลังแปรงเสร็จทุกครั้ง
ตัวช่วยเสริมสำหรับดูแลช่องปาก
นอกจากการแปรงฟัน ยังมีผลิตภัณฑ์เสริมที่ช่วยให้ช่องปากของน้องๆสะอาดได้ง่ายขึ้น เช่น
ประเภท | หน้าที่ |
สเปรย์ช่องปาก (Oral Spray) | ช่วยลดกลิ่นปากและแบคทีเรีย |
น้ำยาผสมในน้ำดื่ม (Oral Solution) | ใช้ง่าย แค่ผสมในน้ำก็ช่วยลดกลิ่นปากและคราบแบคทีเรีย |
ขนมขัดฟัน (Dental Chew) | ช่วยขัดฟันและลดคราบพลัค |
อาหารสูตรดูแลช่องปาก | มีโครงสร้างพิเศษช่วยขัดฟันขณะเคี้ยว |
🩺 แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก VOHC (Veterinary Oral Health Council) เพื่อประสิทธิภาพที่ดีและความปลอดภัยต่อตัวน้องๆนะคะ
สรุป: สุขภาพช่องปากดี ชีวิตน้องยืนยาวขึ้น
เห็นไหมล่ะคะว่า สุขภาพช่องปากที่ดีของสัตว์เลี้ยงไม่เพียงช่วยให้ “ฟันแข็งแรง” แต่ยังช่วยลดโอกาสการเกิดโรคร้ายต่อร่างกายในอนาคตได้อีกด้วยค่ะ และก่อนจากกันไปหมอขอฝากหนึ่งประโยคสำคัญนะคะ
❤️ “สุขภาพฟันและช่องปากแข็งแรง น้องๆไม่ปวดฟัน กินอาหารได้เต็มอิ่ม หมาแมวมีความสุข เจ้าของสัตว์สบายใจ เริ่มต้นดูแลช่องปากไปด้วยกันตั้งแต่วันนี้ได้เลยค่ะ”
”💬 หากมีข้อสงสัยเรื่องสัตว์เลี้ยง เรื่องการแปรงฟันการเลือกใช้ยาสีฟัน หรือ ผลิตภัณฑ์ในช่องปากของน้อง ๆ การใช้ยา หรือสั่งซื้อสินค้า สามารถปรึกษา @petmed ได้เลยค่ะ เรามีทีมสัตวแพทย์คอยให้คำแนะนำ พร้อมจัดส่งสินค้าทั่วประเทศไทย




ความคิดเห็น