top of page

แปรงฟันสัตว์เลี้ยง สำคัญแค่ไหน? ทำไมหมอถึงอยากให้แปรงฟันน้องทุกวัน

  • สพ.ญ. ศุภลักษณ์ อินทรพจน์
  • 23 พ.ย. 2568
  • ยาว 1 นาที

เมื่อเราพูดถึงการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยง หลายคนอาจจะนึกถึงเรื่องการให้วัคซีน ป้องกันเห็บหมัด อาบน้ำตัดขน และดูแลอาหารการกิน โดยอาจจะลืมไปว่าสุขภาพช่องปากและฟันของน้อง ๆ นั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ซึ่งถ้าหากเจ้าของละเลย หรือไม่ได้ดูแลสม่ำเสมอ ก็อาจจะนำมาซึ่งโรคที่รุนแรงมากมาย เช่น โรคเหงือกอักเสบ หินปูน และโรคอื่น ๆ ในช่องปากได้เช่นเดียวกันกับคน ดังนั้นสัตว์เลี้ยงก็ควรแปรงฟันให้เป็นประจำอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้งเป็นอย่างต่ำ หรือถ้าแปรงทุกวันได้ยิ่งได้ประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ


สารบัญ: วิธีดูแลสุขภาพช่องปากสัตว์เลี้ยง ฉบับสัตวแพทย์แนะนำ


  1. ทำไมสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยงถึงสำคัญ?

  2. จะเกิดอะไรขึ้น...ถ้าเราไม่แปรงฟันให้น้อง?

  3. เช็กลิสต์ 4 โรคช่องปากที่พบบ่อยในสุนัขและแมว

  4. ต้องแปรงฟันบ่อยแค่ไหนถึงจะพอดี?

  5. How-to: ขั้นตอนการแปรงฟันสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง

  6. เคล็ดลับฝึกน้องหมา-แมว ให้ยอมแปรงฟันง่ายขึ้น

  7. รู้จักตัวช่วยเสริมดูแลช่องปาก (สเปรย์ / น้ำยา / ขนมขัดฟัน)

  8. สรุป: เริ่มดูแลวันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว


ทำไมสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยงถึงสำคัญ

หลายคนอาจมองว่า “กลิ่นปากน้องหมาน้องแมวเป็นเรื่องปกติ” แต่จริง ๆ แล้วนั่นอาจเป็น สัญญาณเตือนของโรคในช่องปาก ที่กำลังเริ่มขึ้นโดยที่เจ้าของอย่างเราไม่รู้ตัว 

สุขภาพช่องปากมีความสำคัญเทียบเท่ากับการฉีดวัคซีนหรืออาบน้ำตัดขน เพราะช่องปากเป็น “ประตูแรก” ของระบบย่อยอาหาร หากไม่หมั่นดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ช่องปากอาจสกปรก มีกลิ่นปาก มีคราบหินปูน เหงือกอักเสบรุนแรงจนถึงขั้นเกิดการติดเชื้อที่ลุกลามไปถึงหัวใจ ตับ และไตได้ในระยะยาว

 โดยสัตวแพทย์ทั่วโลกพบว่า สุนัขและแมวอายุมากกว่า 3 ปี มีปัญหาโรคในช่องปาก จากการไม่ได้แปรงฟันและดูแลช่องปากเป็นประจำมากกว่า 80% เลยค่ะ

 

ถ้าไม่แปรงฟันให้น้อง จะเกิดอะไรขึ้น

การไม่แปรงฟันให้น้องอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “คราบพลัค (Plaque)” ซึ่งเป็นฟิล์มบาง ๆ ของเศษอาหารและเชื้อแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนผิวฟัน เมื่อเวลาผ่านไป คราบพลัคจะกลายเป็น หินปูน (Tartar) ที่เกาะแน่นและแข็งตัว จนทำให้เหงือกอักเสบและมีกลิ่นปากรุนแรง


ผลเสียจากการละเลยการแปรงฟัน

  • เหงือกอักเสบ (Gingivitis)

  • มีหินปูนและกลิ่นปากแรง

  • เหงือกร่น ฟันโยก และฟันหลุดง่าย

  • อาจลุกลามเป็น โรคปริทันต์ (Periodontal Disease)

  • เชื้อแบคทีเรียในช่องปากเข้าสู่กระแสเลือด → ส่งผลต่อหัวใจ ตับ และไต

 

 

4 เช็กลิสต์โรคช่องปากที่มักพบในสุนัขและแมว

โรค

ลักษณะอาการ

ผลกระทบ

โรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis)

เหงือกบวม แดง มีกลิ่นปาก

หากไม่รักษาการอักเสบ ติดเชื้อ อาจลุกลามถึงรากฟัน

โรคปริทันต์ (Periodontal Disease)

เหงือกร่น ฟันโยก มีเลือดออก

ช่องปากอ่อนแอลง ทำให้ฟันหลุดและติดเชื้อในช่องปากได้ง่าย

หินปูนเกาะฟัน (Tartar)

ฟันเหลือง หินปูนหนาแข็ง น้ำลายมาก มีกลิ่นปาก

เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย ก่อให้เกิดการติดเชื้อในช่องปาก

รากฟันอักเสบ (Root Abscess)

แก้มบวม อาจพบฝีในโพรงจมูก ฝีใต้ตา และน้ำมูกปนเลือดได้

ส่งผลให้ติดเชื้อรากฟัน โพรงจมูกหรือบริเวณที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องถอนฟันเพื่อระงับการติดเชื้อ


แปรงฟันบ่อยแค่ไหนถึงจะพอดี

สัตวแพทย์แนะนำว่า ควรแปรงฟันให้น้องอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และถ้าเป็นไปได้ ให้แปรงทุกวันจะดีที่สุดการแปรงฟันเป็นประจำช่วยขจัดคราบพลัคก่อนที่จะแข็งตัวเป็นหินปูนยิ่งเริ่มฝึกตั้งแต่น้องยังเด็ก ก็จะง่ายต่อการดูแลในระยะยาว หรือถ้าหากเจ้าของไม่มีเวลาเลยจริงๆและในน้องบางตัวยากที่จะให้ความร่วมมือในการแปรงฟัน  หมอแนะนำเสริมด้วยสเปรย์ช่องปาก หรือน้ำยาบ้วนปากสูตรสำหรับดูแลช่องปากโดยตรงที่สัตวแพทย์แนะนำค่ะ

 

วิธีแปรงฟันสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง

🪥 เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม:

แปรงสีฟันสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือผ้าพันนิ้วแปรงฟัน

ยาสีฟันสำหรับสัตว์ (ห้ามใช้ของคน เพราะมีฟลูออไรด์และไซลิทอล ซึ่งเป็นพิษต่อน้องหมาน้องแมว)


ขั้นตอนการแปรงฟัน

-เริ่มจากให้ดมน้ำยาหรือยาสีฟัน เพื่อให้คุ้นกลิ่น

-ใช้นิ้วลูบริมฝีปากและฟันเพื่อให้น้องคุ้นเคยก่อนที่จะแปรงฟัน

-แปรงเบา ๆ บริเวณฟันกรามและเขี้ยว (จุดที่มีคราบอาหารมากที่สุด)

-ชมและให้รางวัลทุกครั้งหลังแปรงเสร็จ เพื่อให้น้องรู้สึกดี

💡 ใช้เวลาครั้งละไม่เกิน 2–3 นาที ก็เพียงพอสำหรับการดูแลฟันประจำวันค่ะ

 

เคล็ดลับช่วยให้น้องยอมให้แปรงฟันง่ายขึ้น

  • เริ่มฝึกตั้งแต่น้องยังเล็ก (อายุ 2–3 เดือนขึ้นไป)

  • เลือกแปรงและยาสีฟันรสที่น้องชอบ เช่น รสไก่ หรือรสปลา

  • ทำให้เป็นกิจวัตรตอนเย็นหรือก่อนนอน

  • ไม่ฝืนแปรงถ้าน้องตกใจ ค่อย ๆ เพิ่มเวลาทีละน้อย

  • ใช้ “คำชม” หรือ“ขนมรางวัล” หลังแปรงเสร็จทุกครั้ง

 

 

 

ตัวช่วยเสริมสำหรับดูแลช่องปาก

นอกจากการแปรงฟัน ยังมีผลิตภัณฑ์เสริมที่ช่วยให้ช่องปากของน้องๆสะอาดได้ง่ายขึ้น เช่น

ประเภท

หน้าที่

สเปรย์ช่องปาก (Oral Spray)

ช่วยลดกลิ่นปากและแบคทีเรีย

น้ำยาผสมในน้ำดื่ม (Oral Solution)

ใช้ง่าย แค่ผสมในน้ำก็ช่วยลดกลิ่นปากและคราบแบคทีเรีย

ขนมขัดฟัน (Dental Chew)

ช่วยขัดฟันและลดคราบพลัค

อาหารสูตรดูแลช่องปาก

มีโครงสร้างพิเศษช่วยขัดฟันขณะเคี้ยว

 

🩺 แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก VOHC (Veterinary Oral Health Council) เพื่อประสิทธิภาพที่ดีและความปลอดภัยต่อตัวน้องๆนะคะ

 

สรุป: สุขภาพช่องปากดี ชีวิตน้องยืนยาวขึ้น

เห็นไหมล่ะคะว่า สุขภาพช่องปากที่ดีของสัตว์เลี้ยงไม่เพียงช่วยให้ “ฟันแข็งแรง” แต่ยังช่วยลดโอกาสการเกิดโรคร้ายต่อร่างกายในอนาคตได้อีกด้วยค่ะ และก่อนจากกันไปหมอขอฝากหนึ่งประโยคสำคัญนะคะ

❤️ “สุขภาพฟันและช่องปากแข็งแรง น้องๆไม่ปวดฟัน กินอาหารได้เต็มอิ่ม หมาแมวมีความสุข เจ้าของสัตว์สบายใจ เริ่มต้นดูแลช่องปากไปด้วยกันตั้งแต่วันนี้ได้เลยค่ะ”

 

”💬 หากมีข้อสงสัยเรื่องสัตว์เลี้ยง เรื่องการแปรงฟันการเลือกใช้ยาสีฟัน หรือ ผลิตภัณฑ์ในช่องปากของน้อง ๆ การใช้ยา หรือสั่งซื้อสินค้า สามารถปรึกษา @petmed ได้เลยค่ะ เรามีทีมสัตวแพทย์คอยให้คำแนะนำ พร้อมจัดส่งสินค้าทั่วประเทศไทย

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page