top of page

ทำอย่างไรดี เมื่อน้องหมาเกาไม่หยุด สาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษาที่เจ้าของควรรู้

  • รูปภาพนักเขียน:  น.สพ. รพีพัทธ์  ภัทรชีวานันท์ (หมอนับ)
    น.สพ. รพีพัทธ์ ภัทรชีวานันท์ (หมอนับ)
  • 23 พ.ย. 2568
  • ยาว 2 นาที

หมาเกาไม่หยุด

การเกาเป็นพฤติกรรมปกติของสุนัข แต่เมื่อสุนัข คันเกาบ่อยขึ้น จนกระทบกับการใช้ชีวิตโดยปกติ เริ่มขนร่วงหรือผิวหนังถลอก นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติที่ต้องใส่ใจโดยอาการคันที่พบได้บ่อย อาจเกิดจากสิ่งกระตุ้นภายนอก เช่น เห็บ หมัด หรือภายใน เช่น ภูมิแพ้ หรือโรคทางภูมิคุ้มกัน


สารบัญ: ทำไมสุนัขเกาไม่หยุด? สาเหตุและวิธีรักษาฉบับเข้าใจง่าย


  1. สัญญาณเตือน! เมื่ออาการ "เกา" ไม่ใช่เรื่องปกติ

  2. เช็กลิสต์ 5 สาเหตุหลักที่ทำให้น้องหมาคันคะเยอ

  3. ตัวการร้ายอันดับ 1: ปรสิตภายนอก (เห็บ, หมัด, ไร)

  4. ผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อ (แบคทีเรีย และ ยีสต์)

  5. เจาะลึก "โรคภูมิแพ้ผิวหนัง" 4 ประเภทที่พบบ่อยในสุนัข

  6. How-to: วิธีดูแลและบรรเทาอาการคันเบื้องต้น

  7. อาหารและวิตามินเสริม: ตัวช่วยลดคัน บำรุงผิวหนัง

  8. ป้องกันอย่างไร...ไม่ให้น้องกลับมาเกาซ้ำ?

  9. คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เรื่องอาการคันในสุนัข

  10. สรุป: เกาไม่หยุด อย่าปล่อยไว้ อาจมีโรคร้ายซ่อนอยู่


สัญญาณว่าอาการคันเกาไม่ปกติ

  • เกาแรงจนมีแผล เลือดซิบ

  • ขนร่วงเป็นหย่อม ๆ

  • ผิวหนังแดง มีสะเก็ด หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

  • สุนัขเลียหรือกัดตามตัวบ่อย 

  • ถูตัว เสียดสี กับสิ่งของ หรือสิ่งแวดล้อมบ่อย ๆ

  • กระวนกระวาย หรือไม่ยอมนอน

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุโดยเร็ว



สาเหตุที่พบบ่อยของอาการคันในสุนัข

ประเภท

ตัวอย่าง

ปรสิตภายนอก

เห็บ หมัด ไรหู ไรขี้เรื้อนแห้ง ไรขี้เรื้อนเปียก* 

เชื้อก่อโรค

แบคทีเรีย เชื้อยีสต์ เชื้อรา* 

ภูมิแพ้

ภูมิแพ้อาหาร ภูมิแพ้สิ่งแวดล้อม แพ้น้ำลายหมัด/ยุง

โรคทางระบบอื่นๆ

โรคทางภูมิค้มกัน โรคฮอร์โมน*

พฤติกรรม

เกาจากความเครียด หรือเบื่อ

     *อาจพบการคันจากการติดเชื้อแทรกซ้อน


ปรสิตภายนอก — ตัวการสำคัญที่ทำให้น้องคัน

หนึ่งในสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเกาที่พบได้บ่อย คือ ปรสิตภายนอกต่าง ๆ เช่น เห็บ หมัด เหา ไรในหู ไรขี้เรื้อนแห้ง ไรขี้เรื้อนเปียก และรวมถึงแมลงอื่น ๆ ที่มากัดกินเลือดน้องหมาได้โดยตรง เช่น ยุง แมลงวันคอก ริ้น ซึ่งปรสิตแต่ละชนิดก็จะมีตำแหน่งที่อยู่ การกระจายตัวและลักษณะของรอยโรคแตกต่างกันไป

💡 การจัดการเบื้องต้น:

  • ใช้ยาป้องกันเห็บหมัด อย่างต่อเนื่อง

  • ดูแลสัตว์ทุกตัวในบ้านร่วมกันเพื่อป้องกันการแพร่ซ้ำ

  • ทำความสะอาดที่นอน กรง และสิ่งแวดล้อมโดยรอบเป็นประจำ

  • อาบน้ำด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการระคายเคือง


การติดเชื้อที่ทำให้ผิวหนังอักเสบ

การติดเชื้อบนผิวหนังของสุนัข โดยมากมักจะเป็นการติดเชื้อแทรกซ้อนจากสาเหตุอื่นหรือมีปัจจัยโน้มนำ เช่น ภูมิแพ้ผิวหนัง ความชื้น รอยพับผิวหนัง หรือเกาอย่างรุนแรงจากการคันเรื้อรัง ซึ่งเชื้อที่พบบ่อยจะเป็นกลุ่ม แบคทีเรีย (เช่น Staphylococcus spp.) และ ยีสต์ (เช่น Malassezia spp.) ส่วนการติดเชื้อรา (เช่น Microsporum spp.) อาจพบอาการคันได้บ้าง แต่มักจะเกิดอาการคันมากขึ้นจากการติดร่วมกับเชื้อตัวอื่น ๆ 

สัตวแพทย์จะทำการรักษาด้วยการใช้ยาเฉพาะที่ เช่น แชมพูหรือสเปรย์ และอาจให้ยากินตามความรุนแรงและชนิดของเชื้อ นอกจากนี้ยังต้องรักษาและควบคุมสาเหตุพื้นฐานร่วมด้วยเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ



โรคภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัข (Allergic Dermatitis)

โรคภูมิแพ้ในสุนัขที่ทำให้เกิดอาการคัน อาจจะสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้ดังนี้

  • ภูมิแพ้อาหาร (Food allergy)

  • ภูมิแพ้สิ่งแวดล้อม (Atopic dermatitis)

  • ภูมิแพ้น้ำลายหมัด (Flea bite allergy) / ภูมิแพ้น้ำลายยุง (Mosquito bite allergy) หรือแมลงอื่น ๆ

  • ภูมิแพ้สิ่งสัมผัส (Contact allergy)

โดยมากการคันจากภาวะภูมิแพ้ มักจะแสดงอาการคันก่อนที่จะมีรอยโรคอื่น ๆ ตามมา และสุนัขตัวเดียวกัน อาจมีภาวะภูมิแพ้มากกว่า 1 กลุ่มได้ ซึ่งการวินิจฉัยและการจัดการก็จะซับซ้อนขึ้น ตามชนิดของภูมิแพ้แต่ละกลุ่ม

การวินิจฉัยอาศัยประวัติเป็นสำคัญ เช่น ระยะเวลาการเกิดอาการ ฤดูกาลที่เป็น ความเป็นอยู่ อาหารที่ได้รับ ประวัติการรักษา รวมถึงการตัดปัจจัยจากสาเหตุอื่น เช่น ปรสิตและการติดเชื้อที่ผิวหนัง ในกรณีต้องสงสัย ภูมิแพ้อาหาร จะใช้วิธีการทดสอบอาหาร (Elimination Diet) ในการประเมิน



วิธีดูแลสุนัขที่เกาไม่หยุดเบื้องต้น

  1. ใส่ปลอกคอกันเลีย/กันเกา (E-collar) เพื่อป้องกันความเสียหายของผิว

  2. ตรวจหาตัวเห็บหมัดตามตัว และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัดอย่างต่อเนื่อง

  3. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอาการคันเท่าที่ทำได้ เช่น หญ้า ฝุ่น ยุง อาหารที่สงสัยแพ้

  4. ใช้แชมพูสูตรลดคันสำหรับสุนัข

  5. ดูแลความสะอาด และจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม

  6. ติดตามอาการ หากอาการแย่ลง ซึม มีแผลหนอง หรือไม่ดีขึ้นภายใน 3 วัน ควรพาพบสัตวแพทย์



อาหารและอาหารเสริมที่ช่วยลดอาการคัน

  • อาหารจากไฮโดรไลซ์โปรตีน (Hydrolyzed protein diet) หรือ อาหารจากโปรตีนแปลกใหม่ (Novel protein diet) สำหรับน้องสุนัขที่สงสัยภาวะภูมิแพ้อาหาร

  • อาหารเสริมโอเมก้า 3, 6 จะช่วยลดการอักเสบ และบำรุงผิวหนัง

  • น้ำมันปลา (Fish Oil) แหล่งของโอเมก้า 3

  • วิตามินอี ช่วยบำรุงผิวและลดการอักเสบ



การป้องกันไม่ให้สุนัขกลับมาเกาซ้ำ

  • ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดต่อเนื่องทุกเดือน

  • ให้อาหารคุณภาพดี

  • รักษาความสะอาดและจัดการสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม

  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอาการคันถ้าเป็นไปได้

  • ทำภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) / วัคซีนภูมิแพ้



คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1: สุนัขเกาแต่ไม่มีเห็บหมัด เป็นเพราะอะไร?  A: อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น แมลงกัดต่อย ภูมิแพ้ผิวหนัง การติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์ หรือปัจจัยอื่น ๆ แนะนำให้พาสุนัขมาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

Q2: ใช้ยาแก้คันของคนได้ไหม?  A: ไม่แนะนำให้ใช้ ถึงแม้ยาบางกลุ่มในคนสามารถใช้กับสุนัขได้ แต่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเริ่มใช้เสมอ

Q3: ต้องอาบน้ำบ่อยแค่ไหนถ้าสุนัขมีผิวแพ้ง่าย?  A: ทุก 1–2 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้นในบางกรณี และควรใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนสำหรับสุนัขผิวแพ้ง่าย

Q4: อาการคันจะหายขาดไหม?  A: ขึ้นอยู่กับสาเหตุ แต่สามารถควบคุมให้อยู่ในระดับปกติได้

Q5: ถ้าเลี้ยงหลายตัว แล้วตัวหนึ่งเป็นโรคผิวหนัง ต้องแยกไหม?  A: ควรแยกชั่วคราวจนกว่าจะรู้สาเหตุหรือรักษาหาย เนื่องจากบางสาเหตุสามารถติดต่อได้ แม้ว่าจะพบได้น้อย

Q6: ความเครียดทำให้สุนัขเกาคันได้ไหม?  A: ได้ โดยเฉพาะในพันธุ์ที่อ่อนไหว เช่น พุดเดิ้ล หรือโกลเด้นรีทรีฟเวอร์



สรุป: เกาไม่หยุด อย่าปล่อยไว้นาน อาจเป็นโรคร้ายซ่อนอยู่

อาการเกาไม่หยุดในสุนัขเป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นผลจากเห็บหมัด ภูมิแพ้ หรือโรคภายในที่ซับซ้อน การสังเกตตั้งแต่เนิ่น ๆ และพาไปพบสัตวแพทย์จะช่วยให้น้องกลับมามีผิวหนังสุขภาพดีอีกครั้ง


💬 หากมีข้อสงสัยเรื่องสัตว์เลี้ยง การใช้ยา หรือสั่งซื้อสินค้า สามารถปรึกษา @petmed ได้เลยค่ะ เรามีทีมสัตวแพทย์คอยให้คำแนะนำ พร้อมจัดส่งสินค้าทั่วประเทศไทย


 
 
 
bottom of page