ทำอย่างไรดี เมื่อน้องหมาเกาไม่หยุด สาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษาที่เจ้าของควรรู้
- น.สพ. รพีพัทธ์ ภัทรชีวานันท์ (หมอนับ)
- 23 พ.ย. 2568
- ยาว 2 นาที

การเกาเป็นพฤติกรรมปกติของสุนัข แต่เมื่อสุนัข คันเกาบ่อยขึ้น จนกระทบกับการใช้ชีวิตโดยปกติ เริ่มขนร่วงหรือผิวหนังถลอก นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติที่ต้องใส่ใจโดยอาการคันที่พบได้บ่อย อาจเกิดจากสิ่งกระตุ้นภายนอก เช่น เห็บ หมัด หรือภายใน เช่น ภูมิแพ้ หรือโรคทางภูมิคุ้มกัน
สารบัญ: ทำไมสุนัขเกาไม่หยุด? สาเหตุและวิธีรักษาฉบับเข้าใจง่าย
สัญญาณว่าอาการคันเกาไม่ปกติ
เกาแรงจนมีแผล เลือดซิบ
ขนร่วงเป็นหย่อม ๆ
ผิวหนังแดง มีสะเก็ด หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
สุนัขเลียหรือกัดตามตัวบ่อย
ถูตัว เสียดสี กับสิ่งของ หรือสิ่งแวดล้อมบ่อย ๆ
กระวนกระวาย หรือไม่ยอมนอน
หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุโดยเร็ว
สาเหตุที่พบบ่อยของอาการคันในสุนัข
ประเภท | ตัวอย่าง |
ปรสิตภายนอก | เห็บ หมัด ไรหู ไรขี้เรื้อนแห้ง ไรขี้เรื้อนเปียก* |
เชื้อก่อโรค | แบคทีเรีย เชื้อยีสต์ เชื้อรา* |
ภูมิแพ้ | ภูมิแพ้อาหาร ภูมิแพ้สิ่งแวดล้อม แพ้น้ำลายหมัด/ยุง |
โรคทางระบบอื่นๆ | โรคทางภูมิค้มกัน โรคฮอร์โมน* |
พฤติกรรม | เกาจากความเครียด หรือเบื่อ |
*อาจพบการคันจากการติดเชื้อแทรกซ้อน
ปรสิตภายนอก — ตัวการสำคัญที่ทำให้น้องคัน
หนึ่งในสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเกาที่พบได้บ่อย คือ ปรสิตภายนอกต่าง ๆ เช่น เห็บ หมัด เหา ไรในหู ไรขี้เรื้อนแห้ง ไรขี้เรื้อนเปียก และรวมถึงแมลงอื่น ๆ ที่มากัดกินเลือดน้องหมาได้โดยตรง เช่น ยุง แมลงวันคอก ริ้น ซึ่งปรสิตแต่ละชนิดก็จะมีตำแหน่งที่อยู่ การกระจายตัวและลักษณะของรอยโรคแตกต่างกันไป
💡 การจัดการเบื้องต้น:
ใช้ยาป้องกันเห็บหมัด อย่างต่อเนื่อง
ดูแลสัตว์ทุกตัวในบ้านร่วมกันเพื่อป้องกันการแพร่ซ้ำ
ทำความสะอาดที่นอน กรง และสิ่งแวดล้อมโดยรอบเป็นประจำ
อาบน้ำด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการระคายเคือง
การติดเชื้อที่ทำให้ผิวหนังอักเสบ
การติดเชื้อบนผิวหนังของสุนัข โดยมากมักจะเป็นการติดเชื้อแทรกซ้อนจากสาเหตุอื่นหรือมีปัจจัยโน้มนำ เช่น ภูมิแพ้ผิวหนัง ความชื้น รอยพับผิวหนัง หรือเกาอย่างรุนแรงจากการคันเรื้อรัง ซึ่งเชื้อที่พบบ่อยจะเป็นกลุ่ม แบคทีเรีย (เช่น Staphylococcus spp.) และ ยีสต์ (เช่น Malassezia spp.) ส่วนการติดเชื้อรา (เช่น Microsporum spp.) อาจพบอาการคันได้บ้าง แต่มักจะเกิดอาการคันมากขึ้นจากการติดร่วมกับเชื้อตัวอื่น ๆ
สัตวแพทย์จะทำการรักษาด้วยการใช้ยาเฉพาะที่ เช่น แชมพูหรือสเปรย์ และอาจให้ยากินตามความรุนแรงและชนิดของเชื้อ นอกจากนี้ยังต้องรักษาและควบคุมสาเหตุพื้นฐานร่วมด้วยเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
โรคภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัข (Allergic Dermatitis)
โรคภูมิแพ้ในสุนัขที่ทำให้เกิดอาการคัน อาจจะสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้ดังนี้
ภูมิแพ้อาหาร (Food allergy)
ภูมิแพ้สิ่งแวดล้อม (Atopic dermatitis)
ภูมิแพ้น้ำลายหมัด (Flea bite allergy) / ภูมิแพ้น้ำลายยุง (Mosquito bite allergy) หรือแมลงอื่น ๆ
ภูมิแพ้สิ่งสัมผัส (Contact allergy)
โดยมากการคันจากภาวะภูมิแพ้ มักจะแสดงอาการคันก่อนที่จะมีรอยโรคอื่น ๆ ตามมา และสุนัขตัวเดียวกัน อาจมีภาวะภูมิแพ้มากกว่า 1 กลุ่มได้ ซึ่งการวินิจฉัยและการจัดการก็จะซับซ้อนขึ้น ตามชนิดของภูมิแพ้แต่ละกลุ่ม
การวินิจฉัยอาศัยประวัติเป็นสำคัญ เช่น ระยะเวลาการเกิดอาการ ฤดูกาลที่เป็น ความเป็นอยู่ อาหารที่ได้รับ ประวัติการรักษา รวมถึงการตัดปัจจัยจากสาเหตุอื่น เช่น ปรสิตและการติดเชื้อที่ผิวหนัง ในกรณีต้องสงสัย ภูมิแพ้อาหาร จะใช้วิธีการทดสอบอาหาร (Elimination Diet) ในการประเมิน
วิธีดูแลสุนัขที่เกาไม่หยุดเบื้องต้น
ใส่ปลอกคอกันเลีย/กันเกา (E-collar) เพื่อป้องกันความเสียหายของผิว
ตรวจหาตัวเห็บหมัดตามตัว และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัดอย่างต่อเนื่อง
หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอาการคันเท่าที่ทำได้ เช่น หญ้า ฝุ่น ยุง อาหารที่สงสัยแพ้
ใช้แชมพูสูตรลดคันสำหรับสุนัข
ดูแลความสะอาด และจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม
ติดตามอาการ หากอาการแย่ลง ซึม มีแผลหนอง หรือไม่ดีขึ้นภายใน 3 วัน ควรพาพบสัตวแพทย์
อาหารและอาหารเสริมที่ช่วยลดอาการคัน
อาหารจากไฮโดรไลซ์โปรตีน (Hydrolyzed protein diet) หรือ อาหารจากโปรตีนแปลกใหม่ (Novel protein diet) สำหรับน้องสุนัขที่สงสัยภาวะภูมิแพ้อาหาร
อาหารเสริมโอเมก้า 3, 6 จะช่วยลดการอักเสบ และบำรุงผิวหนัง
น้ำมันปลา (Fish Oil) แหล่งของโอเมก้า 3
วิตามินอี ช่วยบำรุงผิวและลดการอักเสบ
การป้องกันไม่ให้สุนัขกลับมาเกาซ้ำ
ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดต่อเนื่องทุกเดือน
ให้อาหารคุณภาพดี
รักษาความสะอาดและจัดการสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม
หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอาการคันถ้าเป็นไปได้
ทำภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) / วัคซีนภูมิแพ้
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1: สุนัขเกาแต่ไม่มีเห็บหมัด เป็นเพราะอะไร? A: อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น แมลงกัดต่อย ภูมิแพ้ผิวหนัง การติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์ หรือปัจจัยอื่น ๆ แนะนำให้พาสุนัขมาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
Q2: ใช้ยาแก้คันของคนได้ไหม? A: ไม่แนะนำให้ใช้ ถึงแม้ยาบางกลุ่มในคนสามารถใช้กับสุนัขได้ แต่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเริ่มใช้เสมอ
Q3: ต้องอาบน้ำบ่อยแค่ไหนถ้าสุนัขมีผิวแพ้ง่าย? A: ทุก 1–2 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้นในบางกรณี และควรใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนสำหรับสุนัขผิวแพ้ง่าย
Q4: อาการคันจะหายขาดไหม? A: ขึ้นอยู่กับสาเหตุ แต่สามารถควบคุมให้อยู่ในระดับปกติได้
Q5: ถ้าเลี้ยงหลายตัว แล้วตัวหนึ่งเป็นโรคผิวหนัง ต้องแยกไหม? A: ควรแยกชั่วคราวจนกว่าจะรู้สาเหตุหรือรักษาหาย เนื่องจากบางสาเหตุสามารถติดต่อได้ แม้ว่าจะพบได้น้อย
Q6: ความเครียดทำให้สุนัขเกาคันได้ไหม? A: ได้ โดยเฉพาะในพันธุ์ที่อ่อนไหว เช่น พุดเดิ้ล หรือโกลเด้นรีทรีฟเวอร์
สรุป: เกาไม่หยุด อย่าปล่อยไว้นาน อาจเป็นโรคร้ายซ่อนอยู่
อาการเกาไม่หยุดในสุนัขเป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นผลจากเห็บหมัด ภูมิแพ้ หรือโรคภายในที่ซับซ้อน การสังเกตตั้งแต่เนิ่น ๆ และพาไปพบสัตวแพทย์จะช่วยให้น้องกลับมามีผิวหนังสุขภาพดีอีกครั้ง
💬 หากมีข้อสงสัยเรื่องสัตว์เลี้ยง การใช้ยา หรือสั่งซื้อสินค้า สามารถปรึกษา @petmed ได้เลยค่ะ เรามีทีมสัตวแพทย์คอยให้คำแนะนำ พร้อมจัดส่งสินค้าทั่วประเทศไทย
