top of page

🐱💧 นิ่วในแมวเกิดจากอะไร? สิ่งที่เจ้าของแมวควรรู้และไม่ควรมองข้าม

รูปภาพนักเขียน: สพ.ญ.จิติมา สมบัติหิรัญวงศ์ (หมอเบลล์)
สพ.ญ.จิติมา สมบัติหิรัญวงศ์ (หมอเบลล์)
14 ก.ค.
ยาว 1 นาที
แมวน้อยกับปัญหานิ่ว ตรวจสอบอาการสำคัญ เช่น ดื่มน้ำน้อย น้ำหนักเกิน ความเครียด อาหารไม่เหมาะสม และการอุดตันทางเดินปัสสาวะ หากพบความผิดปกติควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ทันที!
แมวน้อยกับปัญหานิ่ว ตรวจสอบอาการสำคัญ เช่น ดื่มน้ำน้อย น้ำหนักเกิน ความเครียด อาหารไม่เหมาะสม และการอุดตันทางเดินปัสสาวะ หากพบความผิดปกติควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ทันที!

สรุปย่อ

หลายคนอาจคิดว่า "นิ่ว" เป็นปัญหาที่พบเฉพาะในคน แต่ในความเป็นจริง แมวก็สามารถเกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะได้เช่นกัน

อาการเริ่มต้นของนิ่วในแมวบางครั้งอาจสังเกตได้ยาก เช่น เข้ากระบะทรายบ่อยขึ้น ปัสสาวะออกน้อย เบ่งปัสสาวะนาน หรือร้องขณะปัสสาวะ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะปัสสาวะอุดตัน หรือในบางกรณีอาจเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้

การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเข้ารับคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพของน้องแมว


สารบัญ


นิ่วในแมวคืออะไร และอาการเริ่มต้นที่ควรสังเกต

🐱💧 หลายคนอาจคิดว่า "นิ่ว" เป็นเรื่องที่พบเฉพาะในคนเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วน้องแมวก็สามารถเกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะได้เช่นกัน

อาการเริ่มต้นของนิ่วในแมวบางครั้งอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย จนเจ้าของอาจมองข้ามไป เช่น

✔️ เข้ากระบะทรายบ่อยขึ้น

✔️ ปัสสาวะออกน้อย

✔️ นั่งเบ่งปัสสาวะเป็นเวลานาน

✔️ ร้องขณะปัสสาวะ

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาในระบบทางเดินปัสสาวะ และควรได้รับการประเมินจากสัตวแพทย์หากอาการยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้แมวเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

สาเหตุที่ทำให้แมวมีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

  • การดื่มน้ำน้อย

  • การได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสม

  • ภาวะน้ำหนักเกิน

  • ความเครียด

  • การมีประวัติปัญหาทางเดินปัสสาวะเรื้อรังมาก่อน

โดยเฉพาะแมวที่ดื่มน้ำน้อย หรือได้รับอาหารเม็ดเป็นหลักโดยไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ อาจทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นมากขึ้น

เมื่อปัสสาวะมีความเข้มข้นสูง อาจเกิดการตกผลึกของแร่ธาตุ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วหรือปัญหาในระบบทางเดินปัสสาวะได้

วิธีดูแลเบื้องต้นและข้อควรระวังสำหรับเจ้าของแมว

เจ้าของสามารถช่วยดูแลและลดปัจจัยเสี่ยงเบื้องต้นได้ ดังนี้

💧 เพิ่มจำนวนกระบะทรายให้เหมาะสม โดยควรมีจำนวนกระบะทรายเท่ากับ จำนวนแมวในบ้าน + 2 และวางในตำแหน่งที่แตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

🥣 กระตุ้นให้น้องแมวดื่มน้ำมากขึ้น อาจปรับวิธีการให้น้ำหรือเปลี่ยนตำแหน่งการวางชามน้ำ

⚖️ ดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

🐾 สังเกตพฤติกรรมการเข้ากระบะทรายอย่างสม่ำเสมอ

🍽️ เลือกอาหารให้เหมาะสมกับสุขภาพของน้องแมว

อย่างไรก็ตาม หากสงสัยว่าน้องแมวอาจมีปัญหาเกี่ยวกับนิ่ว ไม่ควรรีบเปลี่ยนอาหารหรือซื้อยาให้กินเอง

เนื่องจากอาหารสำหรับแมวโรคนิ่วหรือผลิตภัณฑ์ดูแลทางเดินปัสสาวะ ควรได้รับการเลือกใช้ตามชนิดของปัญหาและคำแนะนำของสัตวแพทย์

เมื่อไรที่ควรรีบพาน้องแมวพบสัตวแพทย์

นิ่วในแมวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเรื่อง "ปัสสาวะผิดปกติ" เท่านั้น

หากปล่อยไว้ อาจทำให้น้องแมวเกิดอาการเจ็บ ปัสสาวะลำบาก หรือในบางกรณีอาจเกิดภาวะท่อปัสสาวะอุดตันได้

หากเกิดการอุดตันเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้ปัสสาวะไหลย้อนกลับไปยังไต และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไตวายเฉียบพลันได้

ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์หากพบว่าแมวมีอาการดังต่อไปนี้

⚠️ ปัสสาวะกะปริบกะปรอย

⚠️ ปัสสาวะมีเลือด

⚠️ เบ่งปัสสาวะเป็นเวลานาน

⚠️ ร้องขณะปัสสาวะ

⚠️ ปัสสาวะไม่ออก

💙 การได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว อาจช่วยลดความรุนแรงของโรคและเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวของน้องแมวได้


📞 ปรึกษาสัตวแพทย์ PETMED+ ฟรี

หากน้องแมวเริ่มมีอาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย ปัสสาวะมีเลือด เบ่งปัสสาวะนาน หรือร้องขณะปัสสาวะ

ทีมสัตวแพทย์ของ PETMED+ พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะในแมว และช่วยประเมินแนวทางการดูแลที่เหมาะสม

💙 หากไม่แน่ใจว่าอาการของน้องแมวเข้าข่ายภาวะฉุกเฉินหรือไม่ สามารถปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนได้

LINE: @PETMED


ผู้เขียน

บทความนี้เรียบเรียงโดย ทีมสัตวแพทย์ PETMED+

PETMED+ คือร้านยาสัตว์เลี้ยงที่มุ่งเน้นการให้ข้อมูลด้านยา โภชนาการ และการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถตัดสินใจดูแลน้อง ๆ ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย


หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำเฉพาะรายจากสัตวแพทย์ผู้ดูแลเคสได้

ความคิดเห็น


bottom of page