top of page

ทำไมหน้าร้อนจึงเป็นช่วงเสี่ยงของสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย

  • รูปภาพนักเขียน: petmed pet
    petmed pet
  • 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
โรคที่ต้องระวังในหน้าร้อนสำหรับสุนัขและแมว ฮีทสโตรก พยาธิเม็ดเลือด ผิวหนังอักเสบ ท้องเสีย ขาดน้ำ
โรคที่ต้องระวังในหน้าร้อนสำหรับสุนัขและแมว ฮีทสโตรก พยาธิเม็ดเลือด ผิวหนังอักเสบ ท้องเสีย ขาดน้ำ

📌 สรุปย่อ

  • หน้าร้อนในไทย (มี.ค.-พ.ค.) เป็นช่วงเสี่ยงที่สัตวแพทย์พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นชัดเจน

  • 5 โรคสำคัญ: ฮีทสโตรก พยาธิเม็ดเลือด ผิวหนังอักเสบ/เชื้อรา ท้องเสีย และภาวะขาดน้ำ

  • ฮีทสโตรก (อุณหภูมิ >40°C) เป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต — พันธุ์หน้าสั้นและอ้วนเสี่ยงสูง

  • ป้องกันองค์รวม: จัดสภาพแวดล้อมให้ร่ม คุมเห็บหมัด โภชนาการเหมาะสม และตรวจสุขภาพประจำปี


📑 สารบัญ

บทนำ: ทำไมหน้าร้อนจึงเป็นช่วงเสี่ยงของสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย

ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงและความชื้นมาก โดยเฉพาะช่วงมีนาคม--พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่สัตวแพทย์พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

โรคหน้าร้อนในสุนัขและแมวไม่ได้มีแค่ "ฮีทสโตรก" เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโรคพยาธิเม็ดเลือด โรคผิวหนัง และโรคระบบทางเดินอาหาร

บทความนี้จะอธิบายโรคสำคัญที่ต้องระวัง พร้อมแนวทางป้องกันเชิงปฏิบัติที่เจ้าของสามารถทำได้จริง


1. ฮีทสโตรก (Heatstroke) --- ภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต

ฮีทสโตรกคืออะไร?

ฮีทสโตรกคือภาวะที่ร่างกายสัตว์เลี้ยงไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40°C และส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ ไต

สุนัขมีความเสี่ยงสูงกว่าแมว โดยเฉพาะ:

  • พันธุ์หน้าสั้น (Pug, Bulldog)

  • สุนัขอ้วน

  • สุนัขสูงอายุ

อาการของฮีทสโตรก

  • หอบแรงมาก

  • น้ำลายเหนียว

  • เหงือกแดงจัด

  • อาเจียน

  • ท้องเสีย

  • เดินเซ

  • ชัก

  • หมดสติ

🚨 หากพบอาการเหล่านี้ ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

  • ย้ายสัตว์เลี้ยงเข้าที่ร่ม

  • ใช้น้ำอุณหภูมิห้องราดตัว (ไม่ใช้น้ำเย็นจัด)

  • เปิดพัดลมช่วยระบายอากาศ

  • รีบนำส่งโรงพยาบาล

วิธีป้องกันฮีทสโตรก

  • หลีกเลี่ยงพาสัตว์ ออกแดดช่วงแดดจัด

  • มีน้ำสะอาดตลอดเวลา

  • ไม่ทิ้งสัตว์เลี้ยงในรถเด็ดขาด

2. พยาธิเม็ดเลือด --- โรคเห็บหมัดที่ระบาดในหน้าร้อน

อาการสำคัญ

  • มีไข้

  • ซึม

  • เหงือกซีด

  • เกล็ดเลือดต่ำ

วิธีป้องกัน

  • ใช้ยาป้องกันเห็บหมัดเป็นประจำ

  • ทำความสะอาดที่นอนสัตว์เลี้ยง

  • ตัดหญ้ารอบบ้าน

การป้องกันเห็บหมัดเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

3. โรคผิวหนังอักเสบและเชื้อรา

อาการที่พบบ่อย

  • คัน

  • ขนร่วงเป็นหย่อม

  • มีกลิ่นผิวหนัง

  • ผิวหนังแดง

การป้องกัน

  • อาบน้ำสม่ำเสมอ (ตามความเหมาะสม)

  • เป่าขนให้แห้งสนิท

  • ควบคุมเห็บหมัดเป็นประจำ

4. โรคระบบทางเดินอาหารและท้องเสีย

อุณหภูมิสูงทำให้อาหารบูดได้เร็วขึ้น

อาการ

  • อาเจียน

  • ท้องเสีย

  • เบื่ออาหาร

การป้องกัน

  • เก็บอาหารในภาชนะปิดสนิท เลี่ยงแสงแดด ความชื้น

  • ไม่วางอาหารทิ้งไว้นาน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารเปียก หากสัตว์ทานไม่หมด หลัง 30 นาที ควรเก็บออก

  • ล้างชามอาหารทุกวัน

5. ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)

สัตว์เลี้ยงที่ดื่มน้ำน้อยอาจเกิดภาวะขาดน้ำได้ง่ายในหน้าร้อน

สังเกตอาการ

  • เหงือกแห้ง จมูกแห้ง

  • ผิวหนังคืนตัวช้าเมื่อดึงหนังขึ้น

  • ซึม อ่อนแรง

ควรเพิ่มแหล่งน้ำหลายจุดในบ้าน

วิธีป้องกันโรคหน้าร้อนแบบองค์รวม

1. จัดสภาพแวดล้อม

  • ในตัวบ้านต้องมีการระบายอากาศดี

  • มีพื้นที่ร่มเงา

2. ควบคุมพยาธิภายนอก เช่น เห็บ หมัด ไร

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัดสม่ำเสมอ

3. มีโภชนาการเหมาะสม

  • เลือกอาหารคุณภาพ

  • ปรับปริมาณให้เหมาะสมในแต่ละมื้อ เพื่อลดอาหารที่เหลือค้างในชามนาน

4. ตรวจสุขภาพประจำปี

ตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อป้องกันกลุ่มโรคต่างๆ ที่จะโน้มนำการเจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะสัตว์สูงอายุ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: เปิดพัดลมอย่างเดียวพอไหม?

A: ในบางกรณีอาจไม่พอ โดยเฉพาะอากาศร้อนจัด ควรมีพื้นที่ร่ม อากาศถ่ายเท และน้ำสะอาดเพียงพอ

Q: แมวเสี่ยงฮีทสโตรกไหม?

A: เสี่ยงน้อยกว่าสุนัข แต่สามารถเกิดได้

Q: ต้องเพิ่มความถี่อาบน้ำไหม?

A: ขึ้นกับสภาพผิวและคำแนะนำของสัตวแพทย์

หน้าร้อน ไม่ได้เสี่ยงแค่ฮีทสโตรก 🌞
ยังมีพยาธิเม็ดเลือด ผิวหนังอักเสบ และท้องเสียด้วย

การดูแลสิ่งแวดล้อม โภชนาการ และการป้องกันเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ คือหัวใจสำคัญ

หากพบอาการผิดปกติ อย่ารอให้อาการรุนแรง ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันที 💙

เขียน & ตรวจสอบโดย: ทีมสัตวแพทย์ PETMED+ ร้านขายยาสัตว์เลี้ยงโดยสัตวแพทย์

Reviewed by: สัตวแพทย์ประจำร้านขายยาสัตว์เลี้ยง

วันที่อัปเดต: เมษายน 2026

บทความนี้จัดทำและตรวจสอบโดยสัตวแพทย์ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ — ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาโรค หากน้องมีอาการผิดปกติ โปรดพบสัตวแพทย์

ปรึกษาสัตวแพทย์ PETMED+ ฟรี

ไม่แน่ใจว่าน้องเสี่ยงหรือต้องใช้ยาอะไร ทีมสัตวแพทย์ของเราพร้อมให้คำแนะนำก่อนเลือกผลิตภัณฑ์

LINE: @PETMED

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page